หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

 
หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้
ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป
เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน
พระธรรมเทศนา

CD ณ ศาลากาญจนาภิเษก แผ่น 1 - 21

 

ครั้งที่ 21
วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2551

ครั้งที่ 20
วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2551

ครั้งที่ 19
วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2551

ครั้งที่ 18
วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2551

 
 

CD MP3 ณ สวนสันติธรรม แผ่น 1 - 22

 

แผ่นที่ 22

แผ่นที่ 21

แผ่นที่ 20

แผ่นที่ 19
หนังสือ
ธรรมะจะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ ก็เมื่อน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ
จนสามารถถอดถอนความทุกข์ออกจากจิตใจได้จริงๆ
กุญแจสู่ความรู้แจ้ง (เป็นการจัดพิมพ์ของมูลนิธิบ้านอารีย์)
พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ณ ศาลากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (ศาลาลุงชิน) ครั้งที่ 19
วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2551 (16/03/2551)
ธรรมเทศนา 4 วันในสวนสันติธรรม
เป้าหมายของเราก็คือ เราจะต้องรู้กายรู้ใจ
จนเห็นความจริงของกายของใจว่าเป็นไตรลักษณ์
จนหมดความยึดถือกายยึดถือใจ
แล้วจิตก็จะเข้าถึงวิมุตติความหลุดพ้น...
ส่วนวิธีการก็คือการเจริญสติปัฏฐาน
สติปัฏฐานมี 2 ส่วน
คือส่วนที่เป็นสมถะ กับส่วนที่เป็นวิปัสสนา
อย่านึกนะว่าทำสติปัฏฐานแล้วจะเป็นวิปัสสนาเสมอไป
ถ้ารู้กาย ถ้ารู้ใจ แต่ไม่เห็นไตรลักษณ์
ไม่เรียกว่าวิปัสสนา ยังเป็นสมถะอยู่
แต่ถ้าเห็นกายเห็นใจเป็นไตรลักษณ์จึงจะเป็นวิปัสสนา
ผู้ใดเข้าใจอริยสัจอย่่างแจ่มแจ้ง
ผู้นั้นจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ยิ่งกว่าความน่าอัศจรรย์ใดๆ ในโลก...
เรื่องการดูจิตนั้นสำคัญมาก
ถ้าอ่านจิตตนเองแล้วจะเห็นอริยสัจแห่งจิต
เพราะทุกข์ก็เกิดที่จิต ถ้าจิตไม่ทุกข์
แล้วใครจะทุกข์ ตัณหาคือตัวสมุทัยก็เกิดที่จิต
นิโรธคือนิพพานก็ประจักษ์ด้วยจิต
อริยมรรคก็ดำเนินอยู่ที่ิจิต ท่านสอนรวบรัด
ถ้าเห็นเข้ามาให้เห็นถึงจิตถึงใจตัวเอง
การปฏิบัติก็ลัดสั้นนิดเดียว
ไตรสิกขา
สีลสิกขา, จิตสิกขา, ปัญญาสิกขา
บทเรียน 3 บทที่นำไปสู่ความรู้แจ้งอริยสัจจ์อันเป็นเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนา
เอกายนมรรค
  • ทางของท่านผู้เป็นเอกคือพระพุทธเจ้า
  • ทางเอกไม่ใช่ทางสองแพร่งคือเป็นทางไปจากสังสารวัฏตัดตรงสู่พระนิพพาน
  • ทางเดียวที่จะนำผู้ปฏิบัติไปสู่มรรคผลนิพพาน
  • ทางที่บุคคลพึงไปผู้เดียว
  • ทางที่มีในธรรมวินัย(ศาสนา)นี้เท่านั้น
  • ทางที่ไปครั้งเดียวเมื่อถึงปลายทางแล้วไม่มีการย้อนกลับ
  • ทางที่แม้เบื้องต้นมีวิธีการปฏิบัติแตกต่างกันตามจริตนิสัยของบุคคล แต่ในเบื้องปลายก็ไปสู่พระนิพพานอันเดียวกัน
คำตอบของคำถาม
สำหรับการปฏิบัติแนวดูจิต
ก้าวเดินตามวิถี
เพื่อปัญญาอันรู้แจ้ง
วิถีอันเรียบง่าย
สู่ความรู้แจ้ง
กำหนดการต่างๆ
ประกาศวันที่สามารถเข้าไปฟังธรรมที่สวนสันติธรรมได้

  • ทางสวนสันติธรรมมีกิจของสงฆ์ที่จะต้องกระทำ จึงขอความกรุณาให้มาในช่วงเวลา 07.00 - 10.00 น. เท่านั้น
    (หมายถึงพระอาคันตุกะที่ไม่ได้นัดหมายและญาติโยมทุกท่านที่ไม่มีหน้าที่ด้านภาระกิจกับทางสวนสันติธรรม)
  • ขณะนี้การจองวันเข้าภาวนาในสวนสันติธรรมเต็มจนถึงสิ้นปี 2551 แล้ว ของดการจองไว้ก่อน จึงขอแจ้งให้ทราบ
การแสดงธรรมที่ศาลาลุงชิน (ถนนแจ้งวัฒนะ)
  • ครั้งต่อไปที่หลวงพ่อมาสอนที่ศาลาลุงชินคือ วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2551
  • *หลวงพ่อปราโมทย์จะมาแสดงธรรมในเวลา 08.30 - 10.00 น. โดยประมาณ
  • *ไม่ต้องเตรียมอาหารไปใส่บาตร เนื่องจากหลวงพ่อฉันมาแล้ว
ประกาศสวนสันติธรรม
ที่ 1 / 2551
วันที่ 1 พฤษภาคม 2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การนิมนต์พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

           เนื่องด้วยมีบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรจำนวนมาก ประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์
ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้นิมนต์ เพื่อไม่ให้
งานเผยแผ่พระสัทธรรม ณ สวนสันติธรรมต้องหยุดชะงัก และเพื่อรักษาสุขภาพของพระอาจารย์
สวนสันติธรรม จึงกำหนดหลักเกณฑ์การนิมนต์พระอาจารย์ไว้ดังนี้

  • 1. กิจกรรมที่รับนิมนต์
  •       1.1 รับนิมนต์เฉพาะการแสดงธรรม ไม่รับนิมนต์ในกิจกรรมอย่างอื่น เช่นการเจริญพระ
    พุทธมนต์ การสวดมนต์ การฉันภัตตาหาร การปลุกเสกวัตถุมงคล และการร่วมอภิปราย เป็นต้น

          1.2 กิจกรรมแสดงธรรมนั้น ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแผ่แนวทางการปฏิบัติธรรม
    โดยบริสุทธิ์เท่านั้น ไม่มีผลประโยชน์หรือแอบแฝงวัตถุประสงค์อื่น เช่นการหาทุนทรัพย์ การ
    เรียกร้องสิทธิประโยชน์ การกระทำใดๆ ที่อาจกระทบต่อคณะสงฆ์ หรือการเคลื่อนไหวทาง
    การเมือง เป็นต้น

          1.3 ต้องเป็นการแสดงธรรมต่อกลุ่มบุคคล (ไม่ควรต่ำกว่า 50 คน เนื่องจากในแต่ละวัน
    มักจะมีผู้เข้าไปศึกษาธรรมกับพระอาจารย์ที่สวนสันติธรรมไม่ต่ำกว่า 100 คน หากการแสดงธรรม
    นอกสถานที่มีผู้ฟังน้อยเกินไป ก็เท่ากับตัดโอกาสของคนจำนวนมากเพื่อคนจำนวนน้อย) และควร
    ใช้เวลาไม่เกินครั้งละ 2 ชั่วโมง

          1.4 ต้องเป็นการไปแสดงธรรมเป็นครั้งคราว ไม่รับนิมนต์แสดงธรรมเป็นการประจำ ทั้งนี้
    เพื่อเฉลี่ยโอกาสให้กับบุคคลจำนวนมาก มิใช่เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

  • 2. สถานที่ที่รับนิมนต์
  •       2.1 ไม่รับนิมนต์ไปแสดงธรรมตามบ้าน หรือสถานที่ส่วนบุคคล เว้นแต่ได้จัดบ้านหรือ
    สถานที่นั้นให้เป็นที่ฟังธรรมของบุคคลจำนวนมาก

          2.2 ไม่รับนิมนต์ไปแสดงธรรมในองค์กรที่คณะสงฆ์ไม่ยอมรับสถานภาพ

          2.3 สถานที่ซึ่งนิมนต์นั้น ต้องอยู่ไม่ห่างไกลจากสวนสันติธรรมจนต้องใช้เวลาเดินทางโดย
    รถยนต์มากกว่า 2 ชั่วโมง และยังไม่รับนิมนต์ไปต่างประเทศ

  • 3. ผู้นิมนต์
  •       ผู้นิมนต์หรือกลุ่มที่จะนิมนต์ ควรเคยฟังธรรมโดยตรงจากพระอาจารย์มาแล้ว และผู้ฟัง
    ธรรม ควรเคยอ่านหนังสือหรือเคยรับฟังเสียงธรรมของพระอาจารย์มาบ้างแล้ว จากวิทยุหรือ CD ก็
    ได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจเสียก่อน

  • 4. การนิมนต์และกระบวนการพิจารณา
  •       4.1 พระอาจารย์จะเริ่มรับกิจนิมนต์ ตั้งแต่วันหลังวันออกพรรษาปี 2551 คือวันที่
    15 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไป

          4.2 ติดต่อนิมนต์ได้โดยตรงที่สวนสันติธรรมในวันเปิดทำการ (ที่ พระสมชาย กิตติญาโณ
    หรือ อุบาสิกาอรนุช สันตยากร) หรือทางโทรศัพท์ที่ คุณธนา รุจิพัฒนกุล (08 1915 7300)
    หรือ คุณกนิษฐะวิริยา ต.สุวรรณ (คุณชมพู 08 1557 9878) โดยให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา
    ตามข้อ 1 – 3 พร้อมด้วยแผนที่ ทั้งนี้ไม่ควรส่งหนังสือนิมนต์ทางไปรษณีย์ เพราะเอกสารมักถึง
    สวนสันติธรรมล่าช้า หรือไม่ถึงเลย เนื่องจากสวนสันติธรรมตั้งอยู่นอกชุมชน

          4.3 ควรนิมนต์ก่อนถึงกำหนดงานไม่น้อยกว่า 45 วัน และไม่นานเกินกว่า 60 วัน เพื่อ
    สวนสันติธรรมจะได้จัดวาระงานของพระอาจารย์ได้ทัน

          4.4 พระอาจารย์จะรับนิมนต์ไปแสดงธรรมนอกสวนสันติธรรม ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง
    เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ และจะต้องอยู่แสดงธรรม ณ สวนสันติธรรมเป็นประจำอยู่แล้ว

          4.5 สวนสันติธรรมจะพิจารณาการรับนิมนต์ ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นและลำดับก่อนหลัง
    ของการนิมนต์ แล้วแจ้งผลให้ผู้นิมนต์ทราบภายในเวลาประมาณ 3 วัน

  • 5. การเดินทางของพระอาจารย์
  •       สวนสันติธรรมจะจัดพาหนะรับส่งพระอาจารย์และผู้ติดตามเอง

หมายเหตุ

      1. เนื่องจากเคยมีผู้นิมนต์และพระอาจารย์ได้ขอผลัดผ่อนไว้หลายราย โดยรับว่าหากเริ่มรับนิมนต์เมื่อใดก็จะไปให้
ดังนั้นพระอาจารย์จึงต้องไปแสดงธรรมให้กับผู้ที่มีข้อผูกพันไว้เดิมก่อน ซึ่งจะต้องใช้เวลาจนถึงสิ้นปี 2551
(ขณะนี้วาระงานของพระอาจารย์เต็มถึงสิ้นปีแล้ว) และจะเริ่มรับนิมนต์ไปแสดงธรรมเป็นการทั่วไปได้
ตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์ไปแสดงธรรมในเดือนมกราคม 2552
จะเริ่มนิมนต์ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551

      2. หากมีผู้นิมนต์ที่เข้าหลักเกณฑ์มากกว่าจำนวนที่จะรับนิมนต์ได้ในแต่ละเดือน จะพิจารณารับตามลำดับก่อนหลัง
ของการนิมนต์ซึ่งพระอาจารย์ได้รับทราบ


 
 

 
 
ประกาศสวนสันติธรรม
ที่ 2 / 2551
วันที่ 10 พฤษภาคม 2551
เรื่อง การอ้างตนเป็นศิษย์พระอาจารย์ปราโมทย์ แล้วไปก่อความวุ่นวายในที่ต่างๆ

           เนื่องด้วยมีบุคคลจำนวนมาก ได้ศึกษาธรรมกับ พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทั้งด้วย
การเข้าไปฟังธรรมโดยตรงจากพระอาจารย์ การอ่านหนังสือ และการฟังเสียงธรรมทางสื่อต่างๆ
ส่วนใหญ่ผู้ศึกษามุ่งที่จะพัฒนาจิตใจของตน ให้บรรเทาความทุกข์ และประสบสันติสุขในชีวิต แต่ก็
มีบุคคลส่วนน้อยที่ศึกษาปฏิบัติธรรมโดยไม่ได้มุ่งพัฒนาจิตใจของตน ได้แต่จดจำและตีความคำ
สอนของพระอาจารย์โดยอัตโนมัติ แล้วนำไปสอนผู้อื่น หรือนำไปแสดงโอ้อวดในสำนักปฏิบัติธรรม
อื่นๆ โดยไม่ได้รับเชิญ ทั้งยังมักแสดงตนว่าเป็นศิษย์ใกล้ชิดของพระอาจารย์บ้าง หรือพระอาจารย์
มอบหมายให้ไปสอนบ้าง พฤติกรรมดังกล่าวอาจก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งต่อบุคคลหรือสำนัก
อื่น และสร้างความเสื่อมเสียต่อสวนสันติธรรมและพระอาจารย์ปราโมทย์ด้วย

           สวนสันติธรรมขอชี้แจงดังนี้

           1. สวนสันติธรรมมีปณิธานที่จะทำงานเผยแผ่พระสัทธรรม โดยเน้นสามัคคีธรรม
ทางศาสนา ทั้งในระหว่างพุทธบริษัทด้วยกันเอง และแม้แต่กับผู้นับถือศาสนาอื่น สวนสันติธรรมไม่
เชื่อว่า จะมีแนวทางปฏิบัติธรรมใด ที่จะดีวิเศษเหมาะสมได้กับคนทุกคน เพราะบุคคลย่อมมีจริต
นิสัยวาสนาบารมีแตกต่างกัน จำเป็นต้องเลือกทำกรรมฐานให้เหมาะสมกับตนเอง ดังนั้นการที่
สำนักต่างๆ มีคำสอนในแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันในรายละเอียด จึงเป็นประโยชน์ในองค์รวม
ต่อการเผยแผ่พระศาสนา และตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีผู้ศึกษาธรรมจากสำนักต่างๆ แวะเวียนไป
สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ปราโมทย์อยู่เสมอ โดยไม่เกิดความขัดแย้งใดๆ ขึ้นเลย

           2. หากมีบุคคลหนึ่งบุคคลใด แสดงตนเป็นศิษย์พระอาจารย์ปราโมทย์ แล้วเที่ยว
ไปแสดงธรรมโดยไม่ได้รับเชิญจากบุคคลหรือองค์กรต่างๆ หรือไปก่อปัญหาต่างๆ ขึ้น ก็ขอให้
สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการแอบอ้างโดยพระอาจารย์ไม่ได้รับทราบด้วย และขอให้ดำเนินการตาม
ระเบียบแบบแผนของแต่ละสำนักได้เลย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พระอาจารย์และศิษย์ที่ได้รับ
มอบหมายให้ช่วยทำงานเผยแผ่ จะสอนธรรมในสถานที่ที่แน่ชัด เช่นที่สวนสันติธรรม และห้องสมุด
บ้านอารีย์ หรือหากจะไปแสดงธรรมนอกสถานที่ ก็โดยได้รับนิมนต์หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ
จากเจ้าของสถานที่เท่านั้น

           3. ในกรณีที่สงสัยว่าบุคคลหนึ่งบุคคลใดที่เที่ยวไปแสดงธรรมนอกสถานที่ หรือไป
ทำกิจกรรมอย่างอื่น เป็นผู้ที่พระอาจารย์มอบหมายหรือไม่ ขอให้ติดต่อสอบถามได้ที่
คุณธนา รุจิพัฒนกุล กรรมการบริหารสวนสันติธรรม หมายเลขโทรศัพท์ 08 1915 7300

           จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมของสวนสันติธรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
คณะกรรมการสวนสันติธรรมได้กำหนดระเบียบปฏิบัติสำหรับกิจกรรมต่างๆ ดังนี้
  • 1. การรับพระภิกษุสามเณรเข้าพักเป็นการชั่วคราวเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม
  •      ให้พระภิกษุและสามเณรที่ได้รับอนุญาตจากพระอาจารย์ เข้าพักเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรมในสวนสันติธรรมได้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน และระหว่างที่พำนักในสวนสันติธรรมจะต้องสำรวมอินทรีย์ สำรวมในพระปาฏิโมกข์ เร่งความเพียร ไม่คลุกคลีกับพระภิกษุสามเณรหรือบุคคลอื่นๆ งดการโทรศัพท์ งดการสูบบุหรี่และสิ่งเสพย์ติดทุกชนิด รักษาเสนาสนะ รักษาข้อวัตรของสวนสันติธรรม และเข้าศึกษาธรรมกับพระอาจารย์ตามเวลาที่กำหนดให้
    การพิจารณาอนุญาตของพระอาจารย์นั้น จะใช้ดุลยพินิจตามแนวทางที่หลวงพ่อมนตรี อาภสฺสโร ได้กรุณาแนะนำไว้เมื่อ 14 สิงหาคม 2548 รวมทั้งพิจารณาในด้านความพร้อมของสวนสันติธรรมด้วย
    เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกุฏิว่างสำหรับพระภิกษุสามเณร จึงของดเว้นสำหรับข้อนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะพร้อม

  • 2. การรับอุบาสกอุบาสิกาเข้าพักเป็นการชั่วคราวเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรม
  •      ให้อุบาสกอุบาสิกาที่ได้รับอนุญาตจากพระอาจารย์ เข้าพักเพื่อศึกษาปฏิบัติธรรมในสวนสันติธรรมได้ครั้งละไม่เกิน 5 วัน โดยแบ่งออกเป็นสัปดาห์ละ 2 รอบคือระหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ขณะที่พำนักในสวนสันติธรรมจะต้องสำรวมอินทรีย์ รักษาศีล ๕ หรือศีล ๘ เร่งความเพียร ไม่รบกวนการปฏิบัติธรรมของบุคคลอื่น งดการโทรศัพท์โดยพร่ำเพรื่อ งดการสูบบุหรี่และสิ่งเสพย์ติดทุกชนิด งดการทำอาหาร รักษาเสนาสนะ รักษาข้อวัตรของสวนสันติธรรม และเข้าศึกษาธรรมกับพระอาจารย์ตามเวลาที่กำหนดให้
    แจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ทางสวนสันติธรรมให้เข้าไปใช้สถานที่เพื่อการปฏิบัติภาวนาตามที่ท่านเคยปฏิบัติมาเท่านั้น
    ไม่ใช่เป็นการเข้าคอร์สอบรมแต่อย่างใด พระอาจารย์ไม่ได้ชี้แนะเป็นการพิเศษหรือเปลี่ยนแปลงแนวทางแก่ผู้เข้ามาปฏิบัติ
    เพียงแต่จะคอยสอบถามถึงการปฏิบัติและความเป็นอยู่ในสวนสันติธรรมทุกเช้าที่ศาลาร่วมกับโยมอื่นๆ ที่มาปกติเท่านั้น
    และผู้ที่จะเข้ามาขอใช้สถานที่ต้องมีความคุ้นเคยกับสวนสันติธรรมแล้วระยะหนึ่งเสียก่อน

  • 3. การเข้าฟังธรรม ณ ธรรมศาลา
  •      สวนสันติธรรมเปิดต้อนรับสาธุชนเข้าฟังธรรม ณ ธรรมศาลาตั้งแต่เวลา 07.00 – 10.00 ในวันที่พระอาจารย์อยู่แสดงธรรม ทั้งนี้ไม่ควรสอบถามก่อนวันเดินทางนานเกินไป เพราะพระอาจารย์อาจมีกิจฉุกเฉินได้เสมอ
    ผู้ที่จะเข้าไปฟังธรรม ณ สวนสันติธรรมและประสงค์จะถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ โปรดงดการดักตักบาตร แต่ควรนำอาหารบรรจุภาชนะของตนเองไปถวายแด่ผู้มีหน้าที่รับประเคนอาหาร ณ ธรรมศาลาก่อนเวลา 08.00 และรับภาชนะกลับหลังเวลารับประทานอาหารของญาติโยม ทั้งนี้เพื่อช่วยกันลดขยะโฟมและพลาสติกเป็นการช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม อย่างไรก็ตามในกรณีจำเป็นก็อาจใช้ภาชนะของสวนสันติธรรมได้ โดยการจัดอาหารใส่ภาชนะของสวนสันติธรรมแล้วนำไปมอบกับผู้มีหน้าที่ด้วยตนเอง
    โปรดงดการกระทำที่อาจรบกวนสมาธิในการฟังธรรมของผู้อื่น เช่นการพาเด็กเล็กที่ไม่อาจดูแลให้อยู่ในความสงบได้ไปที่สวนสันติธรรม การนำสัตว์เลี้ยงไปที่สวนสันติธรรม การให้อาหารแก่สุนัขและแมว และการพูดคุยเสียงดัง เป็นต้น นอกจากนี้ควรปิดเสียงโทรศัพท์มือถือในขณะที่ฟังธรรมด้วย


  • 4. การขอรับหนังสือและสื่อธรรมะ
  •      สวนสันติธรรมได้พยายามจัดพิมพ์หนังสือและผลิตสื่อเผยแผ่ธรรม เพื่อแจกจ่ายให้ท่านผู้สนใจโดยไม่คิดมูลค่า
    แต่ด้วยความจำกัดในด้านกองทุนและบุคลากร ขอให้ท่านผู้สนใจไปขอรับหนังสือและสื่อธรรมะด้วยตนเองท่านละ 1 ชุด
    ได้ที่สวนสันติธรรมระหว่างเวลา 07.00 - 10.00 โดยงดการขอหนังสือหรือสื่อธรรมะไปแจกจ่ายต่อให้ผู้อื่น
    หากต้องการหนังสือหรือสื่อธรรมะจำนวนมากเพื่อแจกเป็นธรรมทาน
    โปรดติดต่อสั่งพิมพ์หรือสั่งผลิตสื่อได้จากสำนักพิมพ์หรือผู้รับผิดชอบในการผลิตสื่อได้โดยตรง


  • 5. อื่นๆ
    • พระอาจารย์งดตอบปัญหาธรรมทางจดหมายและโทรศัพท์ เนื่องจากมีภารกิจมากในแต่ละวัน
    • ขอความกรุณา อย่าทำการบันทึกภาพในขณะแสดงธรรม
    • มีรถตู้เดินทางมาที่สวนสันติรรม ทุกเสาร์-อาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 02-279-7838