อาจารย์สุรวัฒน์ > หนังสือหัดรู้...หัดดู > ๐๙ ตอนเริ่มหัดนี้ต้องจงใจที่จะรู้จะดูหรือเปล่า?
< หน้าก่อน หน้าถัดไป >

๐๙ ตอนเริ่มหัดนี้ต้องจงใจที่จะรู้จะดูหรือเปล่า?

      มีหลายคนจะถามอยู่เรื่อยว่า
ถ้าไม่จงใจที่จะรู้จะดู จิตก็จะไม่สนใจหัดรู้หัดดูเอาซะเลย
แต่พอจงใจรู้จงใจดู การรู้การดูนั้นก็เหมือนไม่เป็นปกติธรรมชาติ
อย่างนี้ต้องจงใจรู้จงใจดูก่อนหรือเปล่า?

      สำหรับตอนเริ่มหัดใหม่ ๆ และยังรู้ยังดูไม่เป็นธรรมชาติ
ก็ย่อมต้องอาศัยความจงใจช่วยกันก่อน
อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องมองให้ออกว่า นั่นยังมีความจงใจที่จะรู้จะดูอยู่
แล้วก็เพียรที่จะสังเกตอาการที่จิตไปรู้สิ่งต่าง ๆ ไปพร้อมกันด้วย
จะได้รู้สึกถึงความแตกต่างในระหว่างการรู้การดูแต่ละครั้ง
และจะได้ประจักษ์ด้วยตัวเองว่า ระหว่างการจงใจรู้จงใจดูและการรู้การดูที่ไม่จงใจนั้น
มีความแตกต่างกันอย่างไร หากสังเกตเห็นความแตกต่างได้
ก็จะเห็นว่า การรู้การดูที่ไม่จงใจไปรู้ไปดูนั้น
จิตใจจะมีความนุ่มนวล โปร่งโล่ง เบาสบายมากกว่า
หรือบางครั้งจะรู้สึกได้ถึงความร่าเริงเบิกบานของจิตเอง
และบางครั้งที่จิตไปรับรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยความจงใจหรือพยายามให้รู้แบบแค่รู้แค่ด
ู จิตก็จะไม่เบาสบายหรือจะแน่น ๆ ไม่โปร่งโล่งเบาสบาย
หากเรารู้สึกถึงความแตกต่างได้ละก็ จิตเองจะพอใจกับการรู้การดูโดยไม่จงใจมากกว่า
แล้วก็จะมีพัฒนาการไป เป็นการรู้แบบแค่รู้แค่ดูโดยปราศจากการจงใจได้บ่อยขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จิตจะพัฒนาไปได้แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า
การจงใจรู้จงใจดูจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะในบางครั้ง
เราก็จะหลงลืมแล้วกลับไปจงใจรู้จงใจดูได้อีก
ด้วยเพราะจิตเองย่อมมีลักษณะของความไม่แน่นอนหรือไม่เที่ยงอยู่เสมอ
ประกอบกับจิตเองก็ยังถูกอำนาจของความหลงหรือโมหะครอบงำได้อยู่
ดังนั้นแม้ว่าวันนี้เราอาจแค่รู้แค่ดูได้โดยไม่จงใจแล้วก็ตาม แต่อีกไม่นาน
จิตก็จะไม่อาจแค่รู้แค่ดูอยู่ได้ จนเกิดการจงใจที่จะแค่รู้แค่ดูขึ้นอีกจนได้
ถ้าใครเจอกรณีแบบนี้ ก็ไม่ต้องตกใจหรอกนะ
เพราะนี่คือลักษณะปกติที่แท้จริงของจิต และเพียงแค่เราระลึกขึ้นได้ว่า
นี่คือเรื่องปกติธรรมดาของจิตที่ย่อมมีความไม่เที่ยงไม่แน่นอน
จิตก็จะเกิดความรู้สึกตัวขึ้นได้และหยุดการจงใจรู้จงใจดูลงได้


< หน้าก่อน หน้าถัดไป >