อาจารย์สุรวัฒน์ > หนังสือหัดรู้...หัดดู > ๑๐ หัดรู้หัดดูแล้วทำไมจุก แน่น หนัก ตึงไปหมด?
< หน้าก่อน หน้าถัดไป >

๑๐ หัดรู้หัดดูแล้วทำไมจุก แน่น หนัก ตึงไปหมด?

      คนที่เริ่มหัดรู้หัดดูใหม่ ๆ มักจะเกิดข้อผิดพลาดอีกอย่างหนึ่งคือ
ตอนที่ยังไม่อาจรู้ได้แบบไม่จงใจ และยังจำต้องอาศัยการจงใจอยู่บ้างนั้น
ส่วนมากก็มักจะระลึกไม่ได้ว่า เรายังมีการจงใจอยู่
พอระลึกไม่ได้ว่าตัวเองยังมีความจงใจรู้จงใจดูอยู่
ก็เลยทำให้เกิดอาการจ้องดู หรือเพ่งดู จนเกิดความเครียดขึ้นทั้งกายและจิต
ก็เลยกลายเป็นที่มาของคำถามที่ถามกันบ่อยว่า
หัดรู้หัดดูแล้วทำไมจุก แน่น หนัก ตึงไปหมด?
บางคนก็จุกแน่นอยู่ที่กลางอก บางคนก็จุกแน่นอยู่ที่หัวหรือที่คอก็มี
การจ้องดูจนเกิดอาการจุกแน่นแบบนี้ครูบาอาจารย์ท่านจะเรียกว่า เพ่ง
นอกจากนี้สาเหตุของการเพ่งก็อาจเป็นเพราะ
เราอยากปฏิบัติภาวนาให้ได้ผลเร็ว ๆ หรือไม่ก็เพราะหลงคิดไปว่า
การเพ่งจ้องดูแบบนั้นจะทำให้เกิดปัญญาได้
แล้วก็มีไม่น้อยเลยที่เกิดการเพ่งจ้องไปเพราะ
ต้องการทำให้หายฟุ้ง หายง่วง หายโกรธ ฯลฯ
บางคนก็เพ่งจ้องเพราะต้องการให้จิตมันอยู่นิ่ง ๆ
การเพ่งจ้องดูเอาแบบนี้ก็เท่ากับเป็นการทำจิตใจ
ให้เป็นไปตามที่เราคิดอยากให้เป็น ซึ่งผิดหลักการหัดรู้หัดดูไปแล้ว

      หากใครที่หัดรู้หัดดูแล้วเกิดอาการจุก แน่น หนัก ตึง ละก็
ขอให้ทราบได้เลยว่า ทำผิดแล้ว เพ่งไปแล้ว
ปัญหาเรื่องการเพ่งนี้ ครูบาอาจารย์จะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า
ใครที่ติดเพ่งแล้วจะแก้ยาก ดังนั้นคนที่หัดใหม่ ๆ จึงต้องคอยสังเกตให้ดี ๆ นะ
ถ้ารู้สึกว่าทำแล้วเกิดจุก แน่น หนัก ตึง ก็ให้รีบหยุดทำแบบที่ทำอยู่ทันที
ส่วนคนที่ติดเพ่งไปแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ก็แล้วกัน เพราะติดได้ก็หลุดออกมาได้
มีบางคนที่เคยติดแล้วก็หลุดออกมาได้เร็ว ด้วยการสังเกตว่า
ตัวเองทำอะไรแล้วเกิดจุกแน่น พอรู้ว่าทำอะไรแล้วเกิดจุกแน่น
ก็แค่เลิกทำเท่านั้นก็หลุดออกมาอาการเพ่งได้
แต่บางคนก็บ่นว่า ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลยจิตมันทำของมันเอง
จะเลิกทำก็ไม่ได้เพราะอยู่ ๆ มันก็ทำจนจุกแน่นไปหมด ไม่รู้จะเลิกเพ่งยังไง
ส่วนบางคนแค่คิดจะหัดปฏิบัติภาวนาก็เกิดการเพ่งขึ้นทันทีเลย

      ไม่เป็นไร ก็อย่างที่บอก ติดได้ก็หลุดออกมาได้ และมีทางออกอีกทางหนึ่งคือ
ถ้าเรารู้สึกหรือระลึกขึ้นได้ว่า การทำอะไรแล้วเกิดจุกแน่นหรือเกิดการเพ่งนั้นเป็น
เป็นการทำที่ผิด หากเราระลึกได้บ่อย ๆ ว่าเราทำผิดไปอีกแล้ว
ไม่นานหรอกจิตมันก็จะค่อย ๆ เริ่มเห็นว่า เราทำอะไรผิดไปจึงเกิดเพ่งขึ้น
พอเห็นว่าทำอะไรแล้วผิด เดี๋ยวก็จะเลิกทำไปเอง เปรียบเหมือนเราทำงาน
ที่พอรู้ว่าตัวเองทำงานผิด ก็จะจำไว้ว่าทำแบบนั้นมันผิด
เมื่อต้องทำงานที่เคยทำผิดมาแล้ว ก็จะรู้ทันทีเลยว่า
ทำแบบไหนผิดแล้วก็จะไม่ทำแบบผิด ๆ อีก
แต่ถ้าใครดูไม่ออกว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว ก็ต้องใช้วิธีคอยรู้คอยดู
จริง ๆ แล้วน่าจะพูดว่า ให้ทนดูความจุกแน่นหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นไปก็ได้
แต่วิธีนี้จะลำบากหน่อย เพราะอาจต้องทนดูกันอยู่นานทีเดียว ต้องทนดูไปจนกว่า
จิตจะเข็ดขยาดกับความทุกข์ที่เกิดจากการเพ่ง เมื่อวันใดที่จิตมันเข็ดขยาดขึ้นมา
พอเริ่มเพ่ง จิตก็จะระลึกขึ้นได้ทันที แล้วก็จะหยุดการเพ่งลงได้เอง


< หน้าก่อน หน้าถัดไป >