อาจารย์สุรวัฒน์ > หนังสือหัดรู้...หัดดู > ๑๔ เข้าใจผิดกันว่า ต้องไม่เผลอ หรือหัดแล้วต้องรู้สึกตัวให้ได้นานๆ
< หน้าก่อน หน้าถัดไป >

๑๔ เข้าใจผิดกันว่า ต้องไม่เผลอ หรือหัดแล้วต้องรู้สึกตัวให้ได้นานๆ

      คนที่หัดรู้หัดดูด้วยการรู้สึกว่าเผลอไป หรือหัดรู้สึกตัวนี้
มักจะ เข้าใจผิดกันว่า ต้องไม่เผลอ หรือหัดแล้วต้องรู้สึกตัวให้ได้นาน ๆ
ก็เลยพยายามรักษาจิตไว้ไม่ให้เผลอ หรือพยายามทำให้รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา
คนที่พยายามไม่ให้เผลอ หรือพยายามให้รู้สึกตัวอยู่นาน ๆ
จะเข้าใจผิดไปว่า ตัวเองกำลังรู้สึกตัวอยู่ ทั้ง ๆ ที่กำลังเผลอไป
กำลังลืมตัวไปกับการพยายามรักษาจิตไม่ให้เผลอ
หรือกำลังเผลอลืมตัวไปกับการทำตัวเองให้รู้สึกตัวอยู่

      บางคนก็จะพยายามจ้องมองจิตตัวเอง ไม่ยอมให้เผลอลืมตัวไป
บางคนก็ทำเป็นเดินไปเดินมาเพื่อไม่ให้เผลอไป ไม่ให้ลืมตัวไป
หรือใครจะทำอะไรก็ตามแต่ ถ้ามีการทำด้วยความต้องการที่จะไม่ให้เผลอไป
หรือทำแล้วจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ละก็
ขอให้เข้าใจไว้เลยว่า นั่นไม่ใช่การหัดรู้หัดดูเพื่อให้เกิดปัญญาหรอก
แม้ว่าทำแล้วจะรู้สึกว่าดีนะ หรือทำแล้วรู้อะไรก็รู้ได้ชัดเจนดี
ก็ยังไม่ถูกหลักของการหัดรู้หัดดู เพราะจริง ๆ แล้วการทำแบบนั้น
มันไม่ใช่อาการแค่รู้แค่ดูรู้ตามปกติธรรมดาของจิตเลย
เนื่องจากจิตจะถูกความอยากหรือความคาดหวังบางอย่างครอบงำอยู่
ก่อนลงมือทำก็คาดหวังไว้ก่อนว่า จะทำให้จิตใจเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
พอลงมือทำก็พยายามทำให้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้
ซึ่งถ้าไม่สังเกตให้ดี ๆ ก็จะหลงไปว่านั่นคืออาการแค่รู้แค่ดูเลยทีเดียว

      จริง ๆ แล้วความรู้สึกตัวที่เกิดขึ้นนั้น
จะเกิดขึ้นเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ หรือแวบเดียวเท่านั้น
เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะดับไปเป็นเผลอลืมตัวครั้งใหม่
เป็นไปไม่เลยที่คนทั่วไปหรือคนที่ยังต้องหัดปฏิบัติภาวนาจะไม่มีการเผลอไปเลย
ดังนั้นจึงขอให้ล้มเลิกความคิดที่จะทำให้ไม่เผลอไปได้เลย
ต้องใช้วิธี เผลอแล้วก็ให้รู้สึกว่าเมื่อกี้เผลอไป
ซึ่งถ้าใครรู้สึกได้บ่อย ๆ ว่า เมื่อกี้เผลอไป ก็เท่ากับหัดรู้หัดดูได้บ่อยนั่นเอง
และครูบาอาจารย์เองก็จะบอกเตือนอยู่เสมอว่า ยิ่งรู้สึกว่าเผลอบ่อยก็ยิ่งดี


< หน้าก่อน หน้าถัดไป >