| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |
พอหัดรู้หัดดูไป ก็จะเห็นจิตเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เยอะแยะมากมาย
โดยเฉพาะจะเริ่มเห็นว่า จิตเรามีแต่เรื่องไม่ดีซะเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งโดยหลักของการหัดรู้หัดดูแล้ว ไม่ว่าเราจะรู้สึกว่าจิตไม่ดีอย่างไรก็ตาม
ก็ให้เราเพียงแค่รู้แค่ดูจิตที่ไม่ดีไปเท่านั้น
แต่ด้วยเพราะเราเองมักจะเป็นคนติดดี พอเห็นว่าจิตไม่ดี
ก็เลยหลงไปหาทางแก้ไขไม่ให้จิตเป็นแบบนั้น แทนที่จะแค่รู้แค่ดูไปเท่านั้น
พอเกิดไปเห็นว่าจิตมีความโกรธ ก็รู้สึกว่าโกรธไม่ดีเลยนะ
ก็เลยกลายเป็นคอยจ้องดูจิตที่มีความโกรธไปโดยไม่รู้ตัว
จ้องดูเพราะอยากให้จิตหายโกรธ (ตอนนี้อยากหายโกรธแล้วแต่ไม่รู้)
แต่จิตที่มีความโกรธก็ยังไม่ยอมหายไปซะที
ทีนี้เลยยิ่งเสียท่าไปใหญ่เลย เพราะแทนที่จะแค่รู้แค่ดูว่าจิตมีความโกรธไปเรื่อย ๆ
ก็เริ่มไปขุดคุ้ยหาอุบายร้อยพันแปดมาทำให้จิตหายโกรธ
ซึ่งการใช้อุบายทำให้จิตหายโกรธนี้
มันไม่ใช่หลักของการหัดรู้หัดดูอย่างที่กำลังพูดกันอยู่นี่หรอกนะ
(แต่ก็ไม่ผิดหลักการหัดแบบอื่นที่ไม่ใช่หัดรู้หัดดูหรอก)
ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มหัดรู้หัดดูละก็ พอเริ่มโกรธมาก ๆ เข้าก็ดูไม่เป็นแล้ว
ทำท่าทำทางจะมีเรื่องกันแล้ว หากใครเจอสถานการณ์แบบนี้ละก็ ขอบอกว่า
ถ้าหัดรู้หัดดูไม่ไหวแล้วก็ต้องหยุดไว้ก่อน แล้วไปหัดข่มจิตที่มีความโกรธแทนก็ได้
หรือถ้าหัดข่มแล้วยังข่มไม่อยู่ ยังจะมีเรื่องมีราวได้อีก ก็ให้รีบเดินหนีไปเลยก็ได้
แต่ต้องรู้ด้วยว่า ที่เราหยุดหัดรู้หัดดูแล้วหันไปข่มจิตที่กำลังโกรธหรือที่เดินหนีไปนั้น
ก็เพียงเพื่อไม่ให้เกิดเรื่อง ไม่ใช่วิธีการหัดปฏิบัติภาวนาเพื่อให้เกิดปัญญา
แต่ก็จำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์แบบนั้น เมื่อข่มแล้วหรือเดินหนีแล้ว
ความโกรธเริ่มทุเลาเบาบางลงจนพอจะหัดรู้หัดดูได้ ก็ให้รีบกลับมาหัดรู้หัดดูกันใหม่
เท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่เสียฟอร์มคนที่หัดปฏิบัติภาวนาแล้ว
| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |