| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |
คนที่หัดปฏิบัติภาวนานี่ ต้องทำท่าทางให้ดูขรึม ๆ ดูเรียบร้อยหรือเปล่า?
เพราะคนส่วนมากมักจะคิดว่า นักปฏิบัติภาวนาต้องเป็นคนเรียบร้อย
กิริยามารยาทต้องงดงาม ใครมีท่าทางกระโดกกระเดก หัวเราะสนุกสนาน
หรือทำตัวร่าเริงเหมือนคนทั่วไป ก็มักถูกตำหนิว่า
นี่เหรอนักภาวนา ไปวัดแล้วยังเป็นแบบนี้อยู่อีกเหรอ
คนที่หัดปฏิบัติภาวนาส่วนหนึ่งก็เลยต้องแกล้งดัดจริตตัวเอง
บางคนที่เป็นคนเดินเหินหรือทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว ก็แกล้งทำเป็นเดินให้ช้า ๆ
บางคนปกติเป็นคนร่าเริง ก็ต้องแกล้งทำขรึม ๆ ทำให้ดูเหมือนคนไร้ความรู้สึก
จริง ๆ แล้วจะขอบอกว่า ไม่ต้องไปสนใจคนเขาจะตำหนิหรอก
เราเป็นอย่างไรก็เป็นของเราอย่างนั้นแหละ ไม่ต้องแกล้งทำตัวให้ผิดธรรมชาติหรอก
เพราะการเกิดขึ้นของปัญญานั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรามีกิริยามารยาทแบบที่คนเขาคาดหวังหรอก
แต่จะเกิดจากการที่เราหัดรู้หัดดูกายเราจิตเราที่มีความเป็นไปตามปกติต่างหาก
ในทางกลับกันซะอีก การที่เราต้องคอยแกล้งดัดจริตนั่นแหละ
ที่จะทำให้ร่างกายและจิตใจเราทำงานไม่เป็นปรกติ และปิดกั้นการเกิดขึ้นของปัญญา
จะสามารถปล่อยตัวตามสบายจนเกินไปนะ
หรือไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรก็ทำได้ตามใจชอบเสมอไป
แต่ต้องมีความสำรวมระวังกาย-วาจากันบ้าง คือ
ต้องสำรวมระวังไม่ให้ล่วงละเมิดหรือทำผิดศีลที่ได้ตั้งใจรักษา
ซึ่งการตั้งใจรักษาศีลนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นศีล 5 ส่วนใครจะตั้งใจมากกว่านี้
ก็แล้วแต่ความตั้งใจของแต่ละคน แต่ต้องพอเหมาะพอควรกับสภาพของตัวเองด้วย
ไม่ใช่ว่าเราตั้งใจจะรักษาศีล 8 แต่สภาพร่างกายหรือความเป็นอยู่ไม่เอื้ออำนวย
หากเป็นเช่นนี้โอกาสที่จะรักษาศีลได้ตามที่ตั้งใจไว้ก็จะน้อยลง
และหากเกิดต้องพลาดพลั้งทำผิดศีลอยู่บ่อย ๆ
แทนที่จะได้ประโยชน์จากการรักษาศีล คือช่วยให้สามารถหัดปฏิบัติภาวนาได้ราบรื่น
ก็ต้องกลับกลายเป็นว่า ตัวเองต้องมานั่งตำหนิตัวเอง
จนทำให้จิตใจเศร้าหมองและบั่นทอนการหัดปฏิบัติภาวนาไปซะ
| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |