| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |
คนที่หัดปฏิบัติภาวนานี่ต้องอดอาหาร อดนอน ด้วยหรือเปล่า?
เพราะจากการอ่านประวัติครูบาอาจารย์ตอนที่ท่านเพียรปฏิบัติภาวนานั้น
ท่านมักจะอดอาหาร อดนอน กันครั้งละหลาย ๆ วัน
หรือครูบาอาจารย์บางท่านก็จะผ่อนอาหาร ฉันน้อย ๆ บ้าง นอนน้อย ๆ บ้าง
แล้วเราละต้องทำแบบท่านหรือเปล่า?
ไม่ใช่ว่าเราจะต้องกินน้อย นอนน้อย หรือต้องอดอาหาร อดนอน เหมือนกันทุกคนนะ
การกินการนอนที่ดีที่สุดนั้นคือ กินแต่พอควร นอนแต่พอควร
ไม่กินมากไป ไม่กินน้อยไป ไม่นอนมากไป ไม่นอนน้อยไป
อันนี้แต่ละคนก็ต้องพิจารณาหรือทดลองด้วยตัวเองว่า
เรานั้นควรจะกินประมาณไหน ควรจะนอนประมาณไหน
ที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่งและสามารถหัดปฏิบัติภาวนาได้ง่าย
จะไปเลียนแบบให้เหมือนครูบาอาจารย์บางท่านไม่ได้หรอกนะ
ครูบาอาจารย์บางท่าน ท่านอดอาหารครั้งละ 3 วัน 5 วัน 7 วัน
หรืออดนอนครั้งละตลอด 3 วัน 5 วัน 7 วัน ที่ท่านทำแบบนั้นเป็นเพราะ
ท่านทำแล้วจิตใจปลอดโปร่ง สามารถหัดปฏิบัติภาวนาได้ดี
ทำแล้วจิตท่านมีความตั้งมั่น และรับรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเป็นผู้รู้ผู้ดูอยู่เนือง ๆ
แต่ถ้าเราทดลองทำแล้วร่างกายทนไม่ไหว จิตใจไม่ปลอดโปร่ง
ก็ต้องพิจารณาปรับเปลี่ยนการกินการนอนให้พอเหมาะพอควร
หากขืนยังไปเลียนแบบตามครูบาอาจารย์แบบนั้น
แทนที่เราจะหัดปฏิบัติภาวนาได้ดี ก็จะกลายเป็นโดนกิเลสงาบไปกินซะหมด
การอดอาหาร อดนอน ช่วยให้หัดปฏิบัติภาวนาได้ดี ก็ให้อดไป
ส่วนใครพบว่า ตัวเองต้องวันละกิน 3 มื้อ นอนวันละ 6 - 8 ชั่วโมงแล้ว
จึงจะหัดปฏิบัติภาวนาได้ดี ไม่ง่วงซึม จิตใจตั้งมั่นได้ง่าย แค่รู้แค่ดูได้ง่าย
ก็ไม่ต้องอดอาหาร อดนอนหรอก ถ้าใครจะว่าตำหนิเราว่ากินมากนอนมาก
ก็เฉย ๆ ไว้ ไม่ต้องกังวลไม่ต้องรู้สึกว่าเราทำผิดไป หรือจะบอกเขาไปก็ได้ว่า
เรากินแบบนี้นอนแบบนี้แล้ว ทำให้หัดปฏิบัติภาวนาได้ดีกว่าอดอาหารอดนอน
ครูบาอาจารย์ก็บอกกันเสมอว่า การหัดปฏิบัติภาวนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
เราจึงต้องฉลาดเลือกใช้รูปแบบที่เหมาะกับเรามากที่สุด
หากไปพยายามอดอาหารอดนอน ทั้ง ๆ ที่ทำแล้วง่วงซะจนปวดหัวไปหมด
ร่างกายอ่อนล้าไปหมด ถ้าเป็นแบบนี้ เดี๋ยวจะตายซะก่อนที่จะเกิดปัญญา
| < หน้าก่อน | หน้าถัดไป > |